ตามที่กล่าวมาว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงงานมาอย่างหนักเพื่อ
ประสบนิกรชาวไทย เพื่อให้ชาวไทยได้อยู่อย่าง ผาสุข ร่มเย็น ใต้พระบาท บารมีของในหลวง
ในวันนี้พวกผมจึงขอพาทุกท่านมาพบกับ "สถานที่ท่องเที่ยวตามรอยเท้าของพ่อ
ในนครสวรรค์" ถ้าพร้อมแล้วเรามาชมกันเลยครับ !!!
หมายเหตุ : กระทู้นี้ไม่ได้จัดอันดับนะครับแต่มาจากความคิดเห็นส่วนตัวของพวกผม
1.โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ - จุดเริ่มต้น
โรงเรียนเซนต์โยเซฟนครสวรรค์ (จุดเริ่มต้น) : เป็นโรงเรียนของพวกเราเอง ซึ่งเดิมชื่อโรงเรียนวันทามารี
ตั้งอยู่เลขที่ 332 ถนนสวรรค์วิถี ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ บนเนื้อที่ 7 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา เป็นโรงเรียนเอกชนสายสามัญศึกษาในมูลนิธิส่งเสริมการศึกษา คณะภคินี เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2499 โดย อธิการิณีอานนา แชร์แมนมีอาคารเรียน 2 ชั้น 1 หลัง ฯพณฯ ท่านสังฆราชหลุยส์โชแรง เป็นผู้ประกอบพิธีเสกอาคารเรียน
พระองค์ ยังไม่สนพระทัยกับความเหน็ดเหนื่อย และหยาดเหงื่อที่ไหลออกมา แล้วเหตุใดข้าพเจ้าจะต้องกลัวความเหน็ดเหนื่อย พระองค์ไม่ทรงกลัวความยากลำบาก แล้วเหตุใดข้าพเจ้าจึงจะต้องแสวงหาแต่ความสุขสบาย สิ่งที่พระองค์สนพระทัยคือชีวิตที่ดีกว่าของปวงชน ภายใต้ร่มพระบารมีและสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าสนใจ ก็คือการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพที่ดีกว่านี้ เพื่อที่ว่าจะสามารถทำประโยชน์ตอบแทนแผ่นดินเกิดของข้าพเจ้าได้ในอนาคต ข้าพเจ้าไม่ใช่คนร่ำรวย ดังัน้นสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าจะสามารถให้แผ่นดินนี้ได้ ก็คือการเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระต่อสังคม
หนึ่งในเป้าหมายชีวิตของข้าพเจ้าที่อยากจะกระทำให้ได้นั่นก็คือ ข้าพเจ้าอยากเข้าเฝ้าในหลวงแค่สักครั้งหนึ่ง ได้เห็นพระพักตร์อันเปี่ยมด้วยความเมตตาของพระองค์ ข้าพเจ้าจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในการเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศชาติเจริญ เพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิด เพื่อตอบแทนบุญคุณของในหลวง เพื่อที่พระองค์จะได้ไม่ผิดหวังกับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทให้กับพสกนิกร และเพื่อที่ข้าพเจ้าตายไปจะมีแต่คนคิดถึงในคุณความดีของข้าพเจ้า และที่สำคัญเพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสถูกเรียกว่า "นักพัฒนา" เฉกเช่น พระองค์บ้าง
พระองค์ ยังไม่สนพระทัยกับความเหน็ดเหนื่อย และหยาดเหงื่อที่ไหลออกมา แล้วเหตุใดข้าพเจ้าจะต้องกลัวความเหน็ดเหนื่อย พระองค์ไม่ทรงกลัวความยากลำบาก แล้วเหตุใดข้าพเจ้าจึงจะต้องแสวงหาแต่ความสุขสบาย สิ่งที่พระองค์สนพระทัยคือชีวิตที่ดีกว่าของปวงชน ภายใต้ร่มพระบารมีและสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าสนใจ ก็คือการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพที่ดีกว่านี้ เพื่อที่ว่าจะสามารถทำประโยชน์ตอบแทนแผ่นดินเกิดของข้าพเจ้าได้ในอนาคต ข้าพเจ้าไม่ใช่คนร่ำรวย ดังัน้นสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าจะสามารถให้แผ่นดินนี้ได้ ก็คือการเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นภาระต่อสังคม
หนึ่งในเป้าหมายชีวิตของข้าพเจ้าที่อยากจะกระทำให้ได้นั่นก็คือ ข้าพเจ้าอยากเข้าเฝ้าในหลวงแค่สักครั้งหนึ่ง ได้เห็นพระพักตร์อันเปี่ยมด้วยความเมตตาของพระองค์ ข้าพเจ้าจะเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในการเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศชาติเจริญ เพื่อตอบแทนแผ่นดินเกิด เพื่อตอบแทนบุญคุณของในหลวง เพื่อที่พระองค์จะได้ไม่ผิดหวังกับแรงกายแรงใจที่ทุ่มเทให้กับพสกนิกร และเพื่อที่ข้าพเจ้าตายไปจะมีแต่คนคิดถึงในคุณความดีของข้าพเจ้า และที่สำคัญเพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสถูกเรียกว่า "นักพัฒนา" เฉกเช่น พระองค์บ้าง
2.วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ : เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ที่ บ้านเขาโคกเผ่น ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก พื้นที่วัดสร้างเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา เรือมีนามว่า ราชญาณ นาวา ฑีฆายุ มงคล ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างที่ล้วนเป็นมงคลมากมาย
3.วัดนครสวรรค์
วัดนครสวรรค์ (วัดหัวเมือง) : ตั้งอยู่ที่ ถนนสวรรค์วิถีปากซอย 27 อยู่รั้วเดียวกับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เป็นที่ประดิษฐานพระผู้ให้อภัยยิ่งหรือพระหันหลังให้กัน อยู่หลังโบสถ์วัดนครสวรรค์ด้าน ถนนเทพสิทธิชัย หันหน้าไปทางทิศตะวันออกองค์หนึ่ง อีกองค์หนึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีประวัติว่าพม่าสร้างไว้เป็นอนุสรณ์เมื่อยกทัพมาถึงเมืองนครสวรรค์ การหันหลังให้กันอาจมีความหมายถึงการให้อภัยไม่จองเวรจองกรรมกันอีกต่อไป และภายในโบสถ์วัดนครสวรรค์นั้น มีพระพุทธรูปนามว่า หลวงพ่อศรีสวรรค์ ประดิษฐานอยู่เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์
4.วัดคีรีวงศ์
วัดคีรีวงศ์ : เดิมเป็นวัดร้างกลางป่าเขาสร้างสมัยปลายกรุงสุโขทัย ปัจจุบันเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครสวรรค์ มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาปฏิบัติกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นประจำ ภายในบริเวณวัดประกอบด้วย พระอุโบสถ สมเด็จพระพุทธโคดมจำลอง ศาลาพุทธานุภาพ วิหารหลวงพ่อโต และพระจุฬามณีเจดีย์
พื้นที่ของวัดคีรีวงศ์ ทั้งบนเขาและที่ราบ ประมาณ 280 ไร่ มีลักษณะเป็นภูเขา ด้านเหนือด้านตะวันออกและด้านตะวันตกเป็นภูเขา มีทางเข้าด้าน ทิศใต้ทางเดียว มีลักษณะคล้ายฮวงจุ้ย เดิมชื่อเขาใหญ่ ปัจจุบันชื่อ เขาดาวดึงส์ เพราะตั้งอยู่ ตรงถนน ดาวดึงส์และอยู่เมืองนครสวรรค์ เมื่อขึ้นไปถึงฐานพระเจดีย์ชั้น 4 จะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ในระยะไกลประมาณ 10 กิโลเมตร ถ้ามองไปทางทิศตะวันออกจะมองเห็นเขากบ บึงบอระเพ็ด และตลาดปากน้ำโพ หากมองไปทางทิศใต้ จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต หันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ ทอดตัวตระหง่านอยู่เป็นช่วง ๆ โดยมีภูเขาหลวงเป็นฉากกั้น
5.วัดจอมคีรีนาคพรต
ขอบคุณรูปภาพจาก :
วัดจอมคีรีนาคพรต : จังหวัดนครสวรรค์มีหลายวัดที่ตั้งอยู่บนเขา ฉะนั้นนอกจากอิ่มใจในการไหว้พระทำบุญแล้ว การเที่ยววัดในนครสวรรค์ยังสุขใจในการได้มองทิวทัศน์งามๆ อีกด้วย แต่หากนับว่าวัดใดสร้างบนเขาก่อนใคร ต้องยกให้วัดนี้เลยครับ “วัดจอมคีรีนาคพรต” เนื่องจากว่าวัดแห่งนี้มีอีกชื่อหนึ่งที่ติดปากชาวบ้านมาช้านาน คือ “วัดเขา” หรือ “วัดเขานครสวรรค์” เพราะครั้งอดีตทั้งจังหวัดมีเพียงวัดนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ส่วนวัดคีรีวงศ์ และวัดวรนาถบรรพต มาสร้างทีหลัง
ในอดีตวัดจอมคีรีนาคพรต นอกจากชื่อวัดเขาแล้ว ชาวบ้านยังเรียกว่า “วัดลั่นทม” อีกด้วย เพราะมีต้นลั่นทมอยู่มาก ปัจจุบันลั่นทมไม่มีแล้ว มีแต่ลีลาวดี ฮ่าๆ นั่นเพราะลั่นทมก็เปลี่ยนชื่อด้วยเช่นกัน เปลี่ยนเป็น “ลีลาวดี”
เขาหน่อ : เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ขึ้นไปเที่ยว ที่นี่เพื่อน ๆ จะได้เดินตามขั้นบันไดขึ้นไปสู่จุดชมวิวจากมุมสูง ระหว่างทางแวะยังถ้ำเพื่อนนมัสการพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่ ที่เขาหน่อแห่งนี้พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเคยมาประภาสและประทับพักแรมเมื่อครั้งทรงเสด็จทางชลมารคล่องลำน้ำปิง จึงมีการจัดสร้างพระบรมรูปไว้ ที่เชิงเขาจะมีฝูงลิงให้เพื่อน ๆได้แวะให้อาหารด้วย หากเพื่อน ๆ เที่ยวอยู่จนถึงเย็นลองเดินต่อไปยัง เขาแก้ว ที่อยู่บริเวณไม่ไกลกันจะได้เห็นฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำในบริเวณนั้นมากมายเพื่อออกหากิน ฝูงค้างคาวบินขึ้นไปบนท้องฟ้าต่อกันเป็นสายสีดำเป็นภาพที่แปลกตา
6.ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา หรือ ปากน้ำโพ นครสวรรค์
ขอบคุณภาพจาก : www.doh.go.th
6.ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา หรือ ปากน้ำโพ นครสวรรค์
ขอบคุณรูปภาพจาก : Chawalit W
ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา : นครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็น เมืองต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้เนื่องจากแม่น้ำปิง และแม่น้ำน่านได้ไหลมาบรรจบกันที่ตำบลปากน้ำโพ บริเวณด้านหน้าเขื่อนในตัวเมือง ซึ่งเป็นจุดรวมของแม่น้ำทั้งสองสายดังกล่าว จะมองเห็นถึงความแตกต่างของสายน้ำทั้งสองได้อย่างชัดเจน กล่าวคือแม่น้ำน่านจะมีสีค่อนข้างแดง และแม่น้ำปิงจะเป็นสีค่อนข้างไปทางเขียว เมื่อมาบรรจบกันแล้วจึงค่อยๆ รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ เป็นสายสำคัญของประเทศไทย ไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางไปจนถึงกรุงเทพมหานคร และออกอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ มีความยาวประมาณ 370 กิโลเมตร
7.แม่น้ำสองสีที่สะพานเดชาติวงศ์
ขอบคุณภาพจาก : www.doh.go.th
สะพานเดชาติวงศ์ : จังหวัดนครสวรรค์เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำอันรวมกันก่อกำเนิดแม่น้ำสำคัญคือแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อน ๆ มาถึงนครสวรรค์แล้วพลาดไม่ได้ ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ มายังจุดชมวิวที่แสนสวยงามน่าประทับใจอีกจุดหนึ่งคือที่ สะพานเดชาติวงศ์ สะพานเก่าแก่แห่งนี้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2485 และได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2493 ในปัจจุบันนับเป็นสะพานที่สำคัญเพราะเป็นเส้นทางเปิดสู่ภาคเหนือ ที่สะพานแห่งนี้เพื่อน ๆ จะได้เห็นแม่น้ำสองสีอย่างชัดเจนที่มีสีแดงของแม่น้ำน่านและสีเขียวของแม่น้ำปิงไหลขนาบข้างตัดกันอย่าง่างสวยงาม ซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้นอกจากที่จังหวัดนควสวรรค์นี้แห่งเดียว
8.บึงบอระเพ็ด นครสวรรค์
ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.aei.nu.ac.th/
บึงบอระเพ็ด : เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่ 132,737 ไร่ อยู่ในท้องที่สามอำเภอของจังหวัดนครสวรรค์ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครสวรรค์ กลางบึงมีตำหนักแพที่สร้างขึ้นครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน เดิมบึงบอระเพ็ดแห่งนี้มีชื่อว่า "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เนื่องจากมีสัตว์และพันธุ์พืชน้ำเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจระเข้ จากการสำรวจพบว่ามีสัตว์อาศัยอยู่ประมาณ 148 ชนิด พืช 44 ชนิด
9.อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ นครสวรรค์
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ : มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ และอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร ตามเทือกเขาสูงชันก่อกำเนิดเป็นน้ำตกที่สวยงาม 4-5 แห่ง ทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่วงก์อันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสะแกกรัง นอกจากนี้ยังมีแก่งหินทำให้เกิดน้ำตกเล็กๆ ตามแก่งหินนี้ ตลอดจนมีหน้าผาที่สวยงามตามธรรมชาติ อุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 558,750 ไร่ หรือ 894 ตารางกิโลเมตร ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ในเขตพื้นที่อุทยานด้วย
10.จันเสนเมืองโบราณ นครสวรรค์
จันเสนเมืองโบราณ : เมืองโบราณมีคูเมืองเป็นเนินดินโดยรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่มุมทั้งสี่เป็นรูปมนจนเกือบเป็นวงกลม ล้อมรอบด้วยคูเมืองซึ่งกว้างประมาณ 20 เมตร ปัจจุบันยังมีสภาพเป็นที่ลุ่มน้ำขัง แต่ยังเป็นร่องรอยพอมองเห็นเค้าคูเมืองได้อย่างชัดเจน มีความยาวประมาณ 800 เมตร กว้าง 700 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่เศษ เนื่องจากบริเวณภายในคูเมืองดังกล่าวมีลักษณะเป็นเนินสูงกว่าพื้นที่รอบนอก คูเมือง ชาวบ้านเรียกว่า “โคกจันเสน” ในบริเวณเมืองโบราณได้ขุดพบโบราณวัตถุหลายอย่าง ประเภทที่ทำด้วยเศษดินเผา อาทิ พระพิมพ์ต่าง ๆ ตุ๊กตา ตะเกียง ประเภทที่ทำด้วยหิน ได้แก่ ฐานบัว ธรรมจักร ขวานหินขัดที่ทำด้วยโลหะ มีตุ้มหูทำด้วยตะกั่วหรือดีบุก ใบหอกที่ทำด้วยสำริด ปัจจุบันโบราณวัตถุดังกล่าวเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์จันเสน ซึ่งตั้งอยู่ในวัดจันเสน
#เพื่อการศึกษา










